ทำไมต้องใช้ Radiation Processing

เมื่อเอ่ยคำว่าฉายรังสี คนทั่วไปมักจะนึกไปถึงการฉายรังสีหรือฉายแสงเพื่อรักษาโรคมะเร็งหรือโรคอื่น ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การฉายรังสีได้เข้ามาสัมผัสกับชีวิตของทุกคนในชีวิตประจำวัน เช่น หากเราได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย มีโอกาสสูงที่เราจะได้รับการรักษาด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลบาดแผลหรือเวชภัณฑ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยรังสี เครื่องเทศและสมุนไพรอันมีค่าที่เราผลิตขึ้นมาหากไม่นำมาฉายรังสี อาจต้องโยนทิ้งไปอย่างน่าเสียดายเพียงเพราะมีปริมาณจุลินทรีย์เกินกว่าที่มาตรฐานกำหนดไว้ อาหารโปรดของใครหลายคน เช่น แหนม ก็สามารถนำมาฉายรังสีเพื่อทำลายแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคท้องเสียได้ ฟิล์มหดด้วยความร้อนที่ใช้บรรจุอาหาร ท่อต่าง ๆ ฉนวนหุ้มสายเคเบิลและสายไฟ ชิ้นส่วนยานยนต์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อีกมากมายอาจได้รับการปรับปรุงคุณสมบัติให้มีความทนทาน ทนความร้อนด้วยกระบวนการครอสลิงค์โดยการฉายรังสี การบำบัดก๊าซไอเสียหรือบำบัดน้ำเสียด้วยการฉายรังสีก็เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศและน้ำเพื่อให้เราและสิ่งแวดล้อมมีความปลอดภัยมากขึ้น แม้กระทั่งวัตถุโบราณในพิพิธภัณฑ์ที่เราไปเยี่ยมชม อาจต้องนำมาผ่านการฉายรังสีเพื่อแก้ปัญหาการถูกทำลายจากเชื้อราหรือแมลง จะเห็นได้ว่า ปัญหาบางอย่างที่ไม่สามารถหาทางออกด้วยวิธีการทั่วไป อาจแก้ไขได้ด้วยกระบวนการทางรังสี (radiation processing) หรือ การฉายรังสี (irradiation) ซึ่งเป็นกระบวนการใช้พลังงานจากรังสีชนิดก่อไอออน เช่น รังสีแกมมา รังสีเอกซ์ หรือลำรังสีจากการเร่งอนุภาคอิเล็กตรอน เพื่อให้มีผลตามที่ต้องการต่อผลิตภัณฑ์นั้น ๆ 

การนำการฉายรังสีมาใช้จึงมีวัตถุประสงค์หลายอย่าง เช่น การปลอดเชื้อผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์และบรรจุภัณฑ์ การทำลายจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดการเน่าเสียในสินค้าเพื่อการดูแลสุขภาพ สินค้าอุปโภคบริโภค การใช้เพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงทางอาหาร การควบคุมสินค้าที่ผ่านชายแดน การป้องกันประเทศ การบิน ยานยนต์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การเชื่อมขวางของยางและพอลิเมอร์ งานทางวิทยาศาสตร์ การสำรวจอวกาศ การประยุกต์ใช้ด้านสิ่งแวดล้อม และการเพิ่มสีของอัญมณี เป็นต้น

การฉายรังสีมีอยู่ทุกภูมิภาคทั่วโลก ในบางกรณี การนำมาใช้งานสะท้อนให้เห็นถึงความจําเป็นในการหาทางออกสําหรับปัญหาที่มีความท้าทาย บางกรณีอาจเป็นเพียงทางเลือก แต่ในกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงไปแบบไม่หยุดนิ่ง การประสบความสำเร็จทางธุรกิจและการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้รวมเอาการใช้ประโยชน์ของการฉายรังสีทั้งหมดเข้ากับการค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์ การฉายรังสีจึงแพร่หลายและเป็นองค์ประกอบสําคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ไม่อาจมองข้ามได้ และยังนำมาซึ่งการส่งมอบประโยชน์ทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

การนำการฉายรังสีมาใช้งาน แบ่งได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ คือ (ดูภาพประกอบ)

  1. การใช้ในเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ มีการใช้งานทั่วโลก เพื่อฉายรังสีผลิตภัณฑ์ปริมาณมาก เช่น การปลอดเชื้อผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ วัสดุสิ้นเปลืองในห้องปฏิบัติการและห้องปลอดเชื้อ การปรับปรุงคุณสมบัติของพอลิเมอร์ การปลอดเชื้อภาชนะบรรจุยาและอาหาร การทำลายจุลินทรีย์ปนเปื้อนในเภสัชภัณฑ์ เครื่องสำอาง และส่วนผสมอาหาร
  2. การใช้งานเชิงพาณิชย์ที่สำคัญ มีการใช้งานในบางภูมิภาคของโลก ในเชิงพาณิชย์หรือกึ่งพาณิชย์ เช่น การฉายรังสีอาหาร การฉายรังสีผลไม้ตามมาตรการสุขอนามัยพืชสำหรับการส่งออก การบำบัดน้ำเสีย     การผลิตไม้สังเคราะห์พลาสติก การปรับปรุงพัฒนาวงจรไฟฟ้าขนาดเล็ก และการเปลี่ยนสีอัญมณี
  3. การใช้งานทั่วไปในสถาบันและห้องปฏิบัติการทั่วโลก มีการใช้งานในบางหน่วยงานหรือสถาบันเพื่อประโยชน์เฉพาะกลุ่มมากกว่าทำเป็นการค้า เช่น การฉายรังสีส่วนประกอบของเลือด การใช้งานในธนาคารเนื้อเยื่อ การทำหมันแมลง การปรับปรุงพันธุ์พืชด้วยรังสี หรือใช้แก้ปัญหาในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม
  4. การฉายรังสีที่เป็นศักยภาพใหม่ในการใช้งานและอยู่ภายใต้การพัฒนา มีการใช้งานไม่มาก แต่อาจมีการเติบโตได้ในอนาคต เช่น การบำบัดก๊าซไอเสีย การบำบัดขยะมูลฝอย การกำจัดของเสียอันตรายทางชีวภาพ
%d bloggers like this: